วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

การสร้างเครื่องมือมาตรประมาณค่า



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เครื่องมือมาตรประมาตรค่า
ตัวอย่างแบบมาตรประมาณค่า

มาตรประมาณค่า เป็นเครื่องมือวัดที่นิยมใช้ประกอบการสังเกต เช่นเดียวกันกับแบบสำรวจรายการ แต่แตกต่างกันที่วิธีการพิจารณารายการย่อย กล่าวคือ มาตรประมาณค่านอกจากจะใช้พิจารณา ว่านักเรียนปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามรายการย่อย แล้วยังสามารถระบุคุณภาพการปฏิบัติของนักเรียนได้อีกด้วย โดยอาจแบ่งระดับคุณภาพออกเป็น 3 ระดับ ไปจนถึง 11 ระดับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความละเอียดที่ผู้ประเมินต้องการ




ขั้นตอนการสร้าง

1. กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ต้องการวัดให้ชัดเจน

    ตย. เพื่อให้นักเรียนสามารถปั้นดินน้ำมันเป็นรูปต่าง ๆ ได้

2. ระบุพฤติกรรมที่ต้องการวัด

    ตย. ปั้นดินน้ำมัน (พฤติกรรมทักษะพิสัย)
 
3. ศึกษาลักษณะของพฤติกรรม แล้ววิเคราะห์เป็นพฤติกรรมย่อย ๆ

   กระบวนการ  
            ขั้นตอนการปั้น
            การเตรียมอุปกรณ์
            การเก็บอุปกรณ์
            ความคล่องแคล่ว
            เวลาที่ใช้ในการปั้น
                       ฯลฯ
    ผลงาน
            ความคิดสร้างสรรค์
            ความปราณีต
            ขนาด
            ความสมส่วนของรูปทรง
                         ฯลฯ
   คุณลักษณะด้านจิตพิสัย
            ความตั้งใจ
            ความพยายาม
            ความสนุกสนานเพลิดเพลิน
                          ฯลฯ
4. นำพฤติกรรมย่อยมาเลือกเฉพาะพฤติกรรมที่สำคัญแล้วจัดเรียงตามลำดับก่อนหลัง
 
    กระบวนการ
          1. การเตรียมอุปกรณ์
          2. ขั้นตอนการปั้น
          3. เวลาที่ใช้ในการปั้น
          4. การเก็บอุปกรณ์
    ผลงาน
          1. ความคิดสร้างสรรค์
          2. ความปราณีต
          3. ความสมส่วนของรูปทรง
   คุณลักษณะด้านจิตพิสัย
          1. ความตั้งใจ
          2. ความสนุกสนานเพลิดเพลิน

5. กำหนดระดับคุณภาพว่าต้องการประเมินกี่ระดับเช่น 3 ระดับ 4 ระดับ 5 ระดับ ฯลฯ

      ตย. ผู้ประเมินกำหนดระดับคุณภาพของการปฏิบัติ 3 ระดับ
            คือ   ดี      พอใช้      ปรับปรุง

6. สร้างแบบประเมินโดยมีช่องให้ทำเครื่องหมายว่านักเรียนแสดงพฤติกรรมนั้น ๆ ในระดับใด และเขียนคำชี้แจงการใช้ แบบประเมินให้ชัดเจน

    7. กำหนดเกณฑ์การให้คะแนน และเกณฑ์การผ่าน
 
    ตย. เกณฑ์การให้คะแนน
            ให้ 2 คะแนน เมื่อ ผลการปฏิบัติดีมาก
           ให้ 1 คะแนน เมื่อ ผลการปฏิบัติพอใช้
           ให้ 0 คะแนน เมื่อ ผลการปฏิบัติต้องปรับปรุง

     ตย. เกณฑ์การผ่าน
           ผู้ที่ผ่านเกณฑ์พอใช้ต้องมีคะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไป
            ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ระดับดีต้องมีคะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป

          รายการประเมินมี 10 รายการ
          มีคะแนนต่ำสุด = 0 คะแนน คะแนนสูงสุด = 20 คะแนน

        กำหนดเกณฑ์การผ่านได้ ดังนี้
        ได้คะแนน 0 – 9 คะแนน ไม่ผ่าน
        ได้คะแนน 10 –15 คะแนน ผ่านในระดับพอใช้
        ได้คะแนน 16 – 20 คะแนน ผ่านในระดับดี





ข้อแนะนำในการใช้

มาตรประมาณค่า มีข้อแนะนำเช่นเดียวกับแบบสำรวจรายการ เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายกัน แต่มีข้อแตกต่างเพิ่มเติม ดังนี้

1. ต้องอธิบายความหมายของระดับคุณภาพในแต่ละระดับให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้แบบประเมินเข้าใจความหมายตรงกัน

2. การใช้มาตรประมาณค่าในการประเมินพฤติกรรมนักเรียน ต้องระมัดระวังความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดจากตัวผู้ประเมินเอง เช่น

      2.1 ความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากความลำเอียง(Hallo Affect) ซึ่งอาจเกิดได้ทั้งทางบวกและทางลบ เช่น นักเรียนคนหนึ่งเป็นคนขยัน ตั้งใจเรียน และช่างซักถาม มีน้ำใจ ทำให้ครูเอ็นดู เวลาให้คะแนนจึงให้คะแนนสูงกว่าที่เป็นจริง หรือ ในทางตรงข้าม นักเรียนคนหนึ่งขี้เกียจ ชอบแสดงกริยาไม่ดีต่อครู เวลาให้คะแนนจึงให้ต่ำกว่าที่เป็นจริง

      2.2 ความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากผู้ประเมินเป็นคนใจกว้างเกินไป (Generosity Error) มักเกิดกับครูที่ใจดี ขี้สงสาร เวลาประเมินเลยปล่อยคะแนนสูงกว่าความเป็นจริง เพราะสงสารลูกศิษย์ 

      2.3 ความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากผู้ประเมินเป็นคนเข้มงวดเกินไป(Severity Error) มักเกิดกับครู ที่มีลักษณะนิสัยเข้มงวด หรือเคร่งครัดมาก ๆ ใครทำอะไรก็ไม่ถูกไปหมด เวลาประเมินเลยกดคะแนนต่ำ กว่าความเป็นจริง

      2.4 ความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากผู้ประเมินที่ชอบประเมินระดับกลาง ๆ (Central Tendency Error) มักเกิดกับผู้ประเมินที่ไม่รู้ในสิ่งที่จะประเมินอย่างแท้จริง จึงประเมินระดับกลาง ๆ ไว้ก่อน

      2.5 ความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากผู้ประเมินเชื่อในเรื่องพิมพ์เดียวกัน (Stereotype Error) เช่น ครูมีความเชื่อว่าคนจีนเป็นคนขยันเวลาประเมินนักเรียนที่มีเชื้อสายจีนจึงให้คะแนนความขยันสูง ๆ ไว้ก่อน หรือ เมื่อปีก่อนสอนนักเรียนคนพี่ซึ่งเรียนอ่อนมาก ในปีนี้สอนน้อง จึงประเมินให้ต่ำ เพราะเชื่อว่าน้องย่อมเหมือนพี่

      2.6 ความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากเหตุผลบางประการ (Logical Error) โดยนำคุณลักษณะหนึ่งในตัวนักเรียนไปสัมพันธ์กับอีกคุณลักษณะหนึ่ง เช่น นำความสามารถทางสติปัญญา ของนักเรียนไปสัมพันธ์กับความสามารถในการปฏิบัติ เลยให้คะแนนการปฏิบัติกับนักเรียนที่เรียนเก่งสูงกว่าความเป็นจริง








อ้างอิ

https://www.blogger.com/profile/17044056119576668438

https://www.google.co.th/search?q=%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2&client=firefox-b&dcr=0&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=0ahUKEwi6raKDjsPZAhUKOo8KHdVHAPAQ_AUICigB&biw=1366&bih=654#imgrc=XK457Rt-AgR9OM:

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น